ข่าวประชาสัมพันธ์จากกีฬายกน้ำหนักฯ 26 กันยายน 2569
“เวฟ” วีรพล วิชุมา ยกสุดใจคว้าเหรียญเงิน รุ่น 75 กิโลกรัม ชาย เจ้าตัวเผยทำเต็มความสามารถแล้ว แต่ท่าคลีนแอนด์เจิร์กพลาดครั้งแรกเลยต้องปรับแผน แต่ไม่ท้อขอกลับไปซ้อมให้หนักกว่าเดิม อีก 1 เดือนเตรียมลุยต่อรายการใหญ่ “ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก” ที่เมืองหนิงโบ ประเทศจีน เวทีแรกสะสมแต้มโอลิมปิกเกมส์ “แอลเอ 2028” ด้าน “เสธ.ยอด” พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ยอมรับพลาดครั้งเดียวทำเสียจังหวะ ท้าชนคู่ปรับหนุ่มอิเหนาอีกครั้งใน “แอลเอ 2028” ขณะที่ “นัส” ธีระวัตร รัตน์เพชร สู้เต็มที่จบอันดับ 6 รุ่น 70 กิโลกรัม ชาย ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น สรุปผลงานจอมพลังไทยรับไปแล้ว 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง โดยยังเหลือการแข่งขันอีก 2 รุ่น
การแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา ซิตี้ เทรด แอนด์ อินดัสทรี เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 26 กันยายน 2569 ทัพจอมพลังไทยได้ลุ้นเหรียญรางวัล 2 รุ่น ผลมีดังนี้
รุ่น 75 กิโลกรัม ชาย กลุ่มเอ ทีมไทยได้ลุ้นเหรียญรางวัลจาก “เวฟ” จ่าอากาศตรี วีรพล วิชุมา จอมพลังคนเก่งดีกรีเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024” โดยท่าสแนทช์ วีรพล ทำผลงานได้ตามมาตรฐาน ยกผ่านรวด 3 ครั้ง สถิติ 155, 158, 160 กิโลกรัม ตามลำดับ หลังจบท่าสแนทช์หนุ่มไทยจบสถิติเท่ากับ อับดุลลาห์ ราห์มัต เออร์วิน จากอินโดนีเซีย ขณะที่ รี ชอง ซอง จากเกาหลีเหนือ ยกได้สถิติมากสุดที่ 162 กิโลกรัม
ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก วีรพล เรียกเหล็กครั้งแรกที่ 200 กิโลกรัม แต่ยกไม่ผ่าน ครั้งที่ 2 ออกมาแก้ตัวสำเร็จที่น้ำหนักเดิม ครั้งที่ 3 ออกมาเรียก 205 กิโลกรัม ยกผ่านไปได้แบบสะใจกองเชียร์ แต่ยังไม่เพียงพอจะคว้าเหรียญทอง เนื่องจากหนุ่มจากอิเหนาขึ้นมายกครั้งที่ 2 ผ่านที่ 206 กิโลกรัม แซงคว้าเหรียญทองไปครองทันที และไม่ขอออกยกในครั้งที่ 3 สถิติน้ำหนักรวม 366 กิโลกรัม ทำลายสถิติมาตรฐานโลก 349 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 160 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 206 กิโลกรัม ทำลายสถิติมาตรฐานโลก 195 กิโลกรัม) โดย วีรพล รับเหรียญเงิน น้ำหนักรวม 365 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 160 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 205 กิโลกรัม) ทำให้สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ยังต้องรอคอย “เหรียญทอง” เอเชียนเกมส์ ต่อไป หลังเคยรับเหรียญทองครั้งล่าสุดจาก “ไก่” ปวีณา ทองสุก ในเอเชียนเกมส์ 2005 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
ส่วน รี ชอง ซอง จากเกาหลีเหนือ รับเหรียญทองแดง 357 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 162 กิโลกรัม ทำลายสถิติมาตรฐานโลก 159 กิโลกรัม , ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 195 กิโลกรัม)
หลังจบการแข่งขัน “เวฟ” วีรพล วิชุมา เปิดใจว่า สถิติในครั้งนี้ทำเต็มความสามารถของตนเองแล้ว ยอมรับว่าคู่ต่อสู้เก่งมาก แม้ตนพยายามจะคว้าเหรียญทองให้ได้ แต่ยังไม่ทำไม่สำเร็จ ส่วนการเรียกเหล็กท่าสแนทช์ทำได้ตามที่ซ้อม ท่าคลีนแอนด์เจิร์กตอนซ้อมทำได้ดีกว่านี้ ตอนแรกตั้งใจว่าครั้งที่ 3 จะเรียก 208 กิโลกรัม แต่ครั้งแรกยกไม่ผ่าน เลยต้องปรับแผน หลังจากนี้อีกประมาณ 1 เดือนเตรียมจะไปแข่งขันรายการยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ที่เมืองหนิงโบ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม-8 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นรายการเก็บคะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์ “แอลเอ 2028” สนามแรกด้วย ตนจะกลับไปตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม เพราะคู่ต่อสู้ก็ต้องกลับไปซ้อมหนักเช่นกัน ขอขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ดูแลเรื่องการเรียน, ครอบครัว และแฟนกีฬาชาวไทยที่คอยสนับสนุนมาตลอดและอยากให้สนับสนุนตนไปเรื่อยๆ จะพยายามทำผลงานให้ได้ที่สุด
ด้าน “เสธ.ยอด” พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานกิตติมศักดิ์ สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) ในฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเสียดายที่ วีรพล ยกไม่ผ่านไป 1 ครั้ง ทำให้ไม่สามารถเรียกเหล็กได้ตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งนักกีฬาอินโดนีเซียทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ซึ่งทั้งคู่จะเป็นคู่แข่งสำคัญในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ “แอลเอ 2028” หลังจากนี้สมาคมฯ จะนำข้อบกพน่องไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อนำความสำเร็จมาให้แฟนกีฬาชาวไทยในอนาคต
ขณะที่ รุ่น 70 กิโลกรัมชาย กลุ่มเอ ทีมไทยส่ง “นัส” อส.ทพ.ธีระวัตร รัตน์เพชร ลุ้นเหรียญรางวัล โดยท่าสแนทช์ ครั้งแรก เรียกเหล็ก 137 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ครั้งที่ 2 ออกมาแก้ตัวสำเร็จยกผ่านที่น้ำหนักเดิม ครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 140 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 137 กิโลกรัม
จากนั้นท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ครั้งแรกเรียกเหล็ก 170 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ครั้งที่ 2 เรียกเหล็กที่น้ำหนักเดิม แต่ยังยกไม่ผ่านอีกครั้ง ทำให้ต้องกัดฟันสู้เต็มที่ในการยกครั้งที่ 3 ก่อนยกผ่านไปได้ ทำให้สถิติอยู่ที่ 170 กิโลกรัม ขณะที่น้ำหนักรวมมี 307 กิโลกรัม จบอันดันดับ 6 ส่วนเหรียญทองเป็นของ รี วอน จู จากเกาหลีเหนือ 349 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 151 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 198 กิโลกรัม)
สรุปผลงานจอมพลังไทยรับไปแล้ว 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง โดย 2 เหรียญเงินได้จาก “หงส์” นางสาวสุรัสวดี ยอดสาร รุ่น 57 กิโลกรัม หญิง, “เวฟ” จ่าอากาศตรี วีรพล วิชุมา รุ่น 75 กิโลกรัม ชาย และ 2 เหรียญทองแดง จาก “ออย” สิบตรีหญิง สุรจนา คำเบ้า รุ่น 53 กิโลกรัม หญิง และ “ฟ่าง” จ่าตรี ธีรพงศ์ ศิลาชัย รุ่น 60 กิโลกรัม ชาย
สำหรับหลักเกณฑ์เงินรางวัลนักกีฬาไทย ที่คว้าเหรียญในกีฬาเอเชียนเกมส์ ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีดังนี้ เหรียญทอง รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท, เหรียญเงิน รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท และเหรียญทองแดง รับเงินรางวัล 500,000 บาท
โปรแกรมการแข่งขันของนักกีฬายกน้ำหนักไทยยังเหลืออีก 2 รุ่น มีดังนี้
วันที่ 28 กันยายน 2569
รุ่น 85 กิโลกรัมชาย (กลุ่มบี) “ภีม” นายวรพรต นาสุริวงศ์ เวลา 10.00 น. (8.00 น.ไทย)
วันที่ 29 กันยายน 2569
รุ่นมากกว่า 86 กิโลกรัม (กลุ่มเอ ) “เจนนี่” นางสาวสุพัชนินทร์ คำแหง เวลา 16.20 น. (เวลา 14.20 น.ไทย)
