ยโสธร : สืบสานประเพณีกวนข้าวทิพย์วันออกพรรษา มรดกภูมิปัญญาแห่งศรัทธาคู่พุทธศาสนา


เทศกาลอออกพรรษา จังหวัดยโสธร พิธีกวนข้าวทิพย์จะมีขั้นทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ประชาชน พุทธสานิกชนทั่วภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดยโสธร จะยึดมั่นเอาวันออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 วันวันปวารณาออกพรรษา ตามคำที่ว่า อออกพรรษา ลาพระเจ้า พระสงฆ์ที่จำพรรษาตามวัดต่างๆ ก็ถือว่าจำศิลปภาวะนาปฏิบัติธรรมประจำวัดครบถ้วน 3 เดือน บริบูรณ์  ออกพรรษาเป็นวันที่พระพทธเจ้าอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์  ปราวรณา คือ เปิดโอกาสให้พระสงฆ์สามารถว่ากล่าวตักเตือนแจ้งข้อบกพร่องซึ่งกันและกันได้อย่างบริสุทธิ์ใจ  ประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาส เป็นพิธีกรรมโบราณ ผสมผสานระหว่างพิธีกรรมทางศาสนาพรหมณ์และพุทธศาสนา โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ของประเทศชาติ ประวัติความเป็นมา สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ ที่ นางสุชาดา ได้นำข้าวมธุปายาส ( ข้าวที่หุงด้วยนม ผสมน้ำผึ้ง ) ไปถวายแต่พระโคตมพุทธเจ้า ใต้ต้นนิโครธ ก่อนที่พระอค์จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ชาวไทยจึงถือว่าข้าวมธุปายาส เป็นข้าวทิพย์ ที่มีคุณค่าและเป็นสิริมงคล ประเทศไทยมีหลักฐาน ว่ามีมีมาตั้งแต่สมัยสนุโขทัยและกรุงศรีอยุทธยา ในอดีตเคยเป็นพระราชพิธีจัดขึ้นขึ้นเดือน 10 สมัยรัชกาลที่ 1 ปฏิบัติติดต่อกันมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ดังนั้นบรรดาญาติโยมประชาชนชาวยโสธร จึงยืดมั่นเอาวันออกพรรษา เป็นวันสำคัญในการประกอบพิธีกันขึ้นตามวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญมีพระธาตุพระอนนท์ตั้งอยู่ ถือว่าวัดอันศักดิ์สิทธิ์เคารบกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล และร่วมกันดำเนินการกวนข้าวทิพย์ ที่ผลผลิตจากน้ำที่มีคุณค่าจากสมุนไพร เช่น พืชสมุนไพร กล้วย อ้อย น้ำตาล นมเนย เป็นต้น ฯ แล้ะวกั่นกลองเอาเฉพาะน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ มาใส่หม้อตั้งเป็นแถว ระหว่างกวนข้าวทิพย์ จะมีพระสงฆ์สามรเถร เจริญพระพุทธมนต์สวดพระคาถาไปกวนไปตลอดเวลา แล้วปฏิบัติผลัดกันกันใช้ไม้กวนเปิดให้ผู้ใจบุญร่วมกวนหมุนเวียนกันไปจนกระทั่งน้ำกายเป็นขนมที่หอมหวานสะอาดปลอดภัย ช่วงเช้านำมาแจกจ่ายให้ญาติโยมไปรับประทานกัน ที่หลายคนมีความเชื่อว่า กินข้าวทิพย์จะไม่มีโรคภัย ได้บุญสุขภาพดี จึงมีการสืบสานปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นประจำทุกๆปี