“สุรศักดิ์” ชูฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย ปักหมุดพังงาสู่เมืองกีฬานานาชาติ
รัฐบาลเดินหน้าใช้กีฬาเป็นกลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายโอกาสสู่ภูมิภาค ผ่านการแข่งขันฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ณ ชายหาดบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา ด้านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ มองไกลกว่าการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน 11 วัน หวังสร้างต้นแบบ Sport Tourism เชื่อมกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลกในอนาคต
ประเทศไทยกำลังมีโอกาสสำคัญอีกครั้งในการแสดงศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เมื่อจังหวัดพังงาได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชีย 2026 โดยใช้ชายหาดบ้านน้ำเค็มเป็นเวทีต้อนรับนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องจากประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย
แต่สำหรับรัฐบาลไทย การแข่งขันครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการค้นหาทีมฟุตบอลชายหาดที่ดีที่สุดของทวีป เพราะนี่คือโอกาสในการนำจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวของประเทศไทย มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกิจกรรมกีฬา พร้อมกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังประชาชนในพื้นที่
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแนวคิดการสนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้ว่า รัฐบาลต้องการเห็นการจัดมหกรรมกีฬานานาชาติเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงการจัดการแข่งขันให้สำเร็จตามมาตรฐานสากลเท่านั้น
“ผมมองว่าการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ มีความสำคัญมากกว่าการจัดการแข่งขันกีฬาเพียงรายการเดียว เพราะเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และการบริหารจัดการกิจกรรมระดับนานาชาติไปพร้อมกัน”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลและชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลก การนำกีฬาที่สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศมาต่อยอด จึงเป็นแนวทางที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและการพัฒนากีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรม
ที่สำคัญ การเลือกจังหวัดพังงาเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ยังสะท้อนแนวคิดการกระจายโอกาสในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬานานาชาติออกจากเมืองใหญ่ ไปสู่จังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
เปลี่ยนการแข่งขันกีฬา ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือการผลักดันแนวคิด Sport Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติไม่ได้สร้างกิจกรรมเฉพาะภายในสนามแข่งขันเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งการเดินทางของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ติดตาม สื่อมวลชน และแฟนกีฬา ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และบริการท่องเที่ยวในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีสุรศักดิ์มองว่า ความสำเร็จของการจัดการแข่งขันไม่ควรถูกประเมินจากจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด
“เราอยากเห็นการแข่งขันครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการใช้กีฬาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องไม่มองเพียงจำนวนคนที่เดินทางมาแข่งขันหรือเข้าชมเท่านั้น ต้องมองด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนี้อย่างแท้จริง”
แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกีฬา หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จังหวัดพังงา และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงการแข่งขันเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ
ตั้งแต่การส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ไปจนถึงการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับกิจกรรม
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้คนเดินทางมาพังงาเพื่อดูฟุตบอล แต่ต้องทำให้เขาอยากพัก อยากเที่ยว อยากใช้จ่าย และอยากกลับมาเยือนพังงาอีกครั้ง”
นี่คือหัวใจของการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้จบลงพร้อมเสียงนกหวีดสุดท้ายของการแข่งขัน
บ้านน้ำเค็ม จากพื้นที่แห่งการฟื้นฟู สู่พื้นที่แห่งโอกาส
การเลือกชายหาดบ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ยังมีความหมายในมิติของการพัฒนาพื้นที่และการสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน
บ้านน้ำเค็มเป็นชุมชนชายฝั่งที่มีเรื่องราวการฟื้นฟูและความเข้มแข็งของประชาชน หลังผ่านเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ในอดีต
วันนี้พื้นที่แห่งนี้กำลังได้รับโอกาสในการต้อนรับการแข่งขันกีฬาระดับทวีป ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
รัฐมนตรีสุรศักดิ์กล่าวว่า จังหวัดพังงามีศักยภาพสูงทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ชายหาด วัฒนธรรม อาหาร และอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับการแข่งขันกีฬาได้อย่างเหมาะสม
“บ้านน้ำเค็มเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวและความเข้มแข็งของชุมชน จากประสบการณ์การฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สึนามิในอดีต วันนี้เรามีโอกาสนำกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติเข้ามาสร้างโอกาสใหม่ให้กับพื้นที่”
รัฐมนตรีต้องการเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งผู้ประกอบการ เยาวชน อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป เพราะการเป็นเจ้าภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงการมีสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ต้องทำให้คนในพื้นที่รู้สึกเป็นเจ้าของและภาคภูมิใจในกิจกรรมที่เกิดขึ้น
การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการแสดงให้เห็นว่า ชุมชนท้องถิ่นสามารถเป็นส่วนสำคัญของการจัดมหกรรมกีฬานานาชาติได้
จากเจ้าภาพเอเชีย สู่การสร้างอนาคตฟุตบอลชายหาดไทย
นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจ การแข่งขันฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานกีฬาฟุตบอลชายหาดของประเทศไทย
การได้แข่งขันกับทีมชั้นนำของทวีปในฐานะเจ้าภาพ จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับนักกีฬาไทย ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน
รัฐมนตรีสุรศักดิ์เชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาฟุตบอลชายหาด เนื่องจากมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลจำนวนมาก และมีฐานเยาวชนที่สนใจกีฬาฟุตบอลอยู่ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนากีฬาประเภทนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบการแข่งขันและการพัฒนาบุคลากรรองรับอย่างต่อเนื่อง
“การได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับเอเชีย เป็นโอกาสสำคัญที่นักกีฬาไทยจะได้แข่งขันกับทีมชั้นนำของทวีป แต่การจะพัฒนาฟุตบอลชายหาดให้ก้าวหน้าได้ ต้องมีระบบรองรับ ทั้งการแข่งขันระดับเยาวชน การพัฒนาผู้ฝึกสอน และการสร้างโอกาสให้นักกีฬาได้แข่งขันอย่างต่อเนื่อง”
รัฐมนตรีมองว่า การแข่งขันครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานระยะยาว มากกว่าการมุ่งเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันรายการเดียว
หากสามารถต่อยอดไปสู่การแข่งขันระดับเยาวชน การพัฒนาสนามฝึกซ้อม และการสร้างเครือข่ายฟุตบอลชายหาดในจังหวัดชายฝั่ง ก็จะช่วยขยายฐานนักกีฬาและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทีมชาติไทยในอนาคต
มองไกลถึงฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลก
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือโอกาสที่ประเทศไทยจะยกระดับจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับเอเชีย ไปสู่การเสนอตัวจัดการแข่งขันฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลกในอนาคต
รัฐมนตรีสุรศักดิ์มองว่า ประเทศไทยควรมีเป้าหมายที่ท้าทาย โดยใช้การแข่งขันครั้งนี้เป็นเวทีทดสอบและพัฒนาความพร้อมในด้านต่าง ๆ
ประเทศไทยมีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ รวมถึงมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวและการต้อนรับผู้มาเยือน แต่การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับโลกยังต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ทั้งมาตรฐานสนาม โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการแข่งขัน งบประมาณ และหลักเกณฑ์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA
“ผมคิดว่าเราควรมีเป้าหมายที่ท้าทาย และใช้การแข่งขันระดับเอเชียเป็นโอกาสในการยกระดับความพร้อมของประเทศ”
รัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันระดับเอเชียได้อย่างมีคุณภาพ และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศ ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพิจารณาโอกาสเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับโลกในอนาคต
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการมองการแข่งขันกีฬาในฐานะการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศ มากกว่าการจัดกิจกรรมที่สิ้นสุดลงเมื่อการแข่งขันจบลง
บูรณาการทุกภาคส่วน วัดผลให้เห็นประโยชน์จริง
สำหรับการสนับสนุนการแข่งขัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จังหวัดพังงา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน
โดยมีประเด็นสำคัญตั้งแต่มาตรฐานการแข่งขัน ความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วม ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ชมและนักท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีสุรศักดิ์ยังให้ความสำคัญกับการประเมินผลหลังการแข่งขัน เพื่อให้สามารถสะท้อนประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
“ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินผลหลังการแข่งขัน ทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ เพราะการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาควรมีเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ชัดเจน”
การประเมินผลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติของประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการพิจารณาความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร และผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
มากกว่า 11 วันของการแข่งขัน คือโอกาสระยะยาวของพังงา
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ รัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้เชิญชวนประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวจังหวัดพังงาและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี และร่วมส่งกำลังใจให้กับนักฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย
พร้อมย้ำว่า การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของนักกีฬา แต่เป็นโอกาสของประเทศไทยในการแสดงให้เห็นถึงความพร้อม ความมีน้ำใจ และศักยภาพในการต้อนรับผู้มาเยือนจากนานาชาติ
“ผมเชื่อว่าความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้วัดจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากความประทับใจของผู้มาเยือน และประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับ”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทิ้งท้ายด้วยความคาดหวังว่า การแข่งขันฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชีย 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่สำหรับจังหวัดพังงาและประเทศไทย
“เราอยากให้ฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ เป็นมากกว่าการแข่งขัน 11 วัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ให้กับกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดพังงา”
“จากพังงาสู่เวทีโลก เราต้องช่วยกันทำให้โอกาสครั้งนี้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬา ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ชมในสนามหรือผลการแข่งขันเท่านั้น แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนกิจกรรมกีฬาระยะสั้น ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคน และการสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ในระยะยาว
และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญว่า ประเทศไทยสามารถใช้ต้นทุนทางธรรมชาติและศักยภาพด้านกีฬา สร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างไร
FROM PHANG NGA TO THE WORLD
จากพังงาสู่เวทีโลก เมื่อกีฬาไม่ได้สร้างเพียงผู้ชนะในสนาม แต่สร้างโอกาสให้กับผู้คนทั้งจังหวัด
