ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับ คุณ ตา นวย แสงกุดเลาะ อายุ69ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 1 ตำบลแหลมทอง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ เจ้าของไร่มันสำปะหลังที่เสียหาย โดยคุณ ตา นวยฯได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันตนกับภรรยาจะไปเดินตรวจสอบดูไร่มันสำปะหลังของตัวเองเป็นประจำทุกวัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวพืชผลผลิตออกสู่ตลาดและเมื่อมื้อวานนี้ (16 ธ.ค.64) ในขณะระหว่างกำลังเดินตรวจดูไร่มันสำปะหลังอยู่นั้น ได้มีฝูงกระทิงและฝูงหมูป่าคาดว่าน่าจะพากันกำลังกัดแทะกินหัวมันสับปะหลังอยู่อย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ตนจะเดินเข้าไปใกล้ สัตว์ป่าได้พากันตกใจแตกตื่นวิ่งหนีเข้าป่าเสียงดังสนั่น ส่วนตนและภรรยาต่างก็ตกใจขวัญกระเจิงต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเช่นกัน ส่วนตนและภรรยาก็ได้วิ่งย้อนกลับมาขึ้นกระท่อมที่สร้างไว้ในป่ามันสำปะหลัง มานั่งพักและรวบรวมสมาธิ

หลังสิ้นเสียงวิ่งของฝูงกระทิงและฝูงหมูป่าได้เงียบหายไปสักพักตนก็ได้เดินไปตรวจสอบดูไร่มันสำปะหลังตรงจุดที่สัตว์ป่าแตกตื่น ก็พบว่ามีล่องลอยการกัดแทะของสัตว์ป่าเป็นบริเวณกว้างสร้างความเสียหายไปแล้วประมาณกว่า 2 ไร่แล้ว จึงฝากวอนผ่านสื่อมวลชนถึงเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว หลังจากมีฝูงกระทิงและฝูงหมูป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านที่มีพื้นที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาตะเบาะ(เขาพญาฝ่อ) ส่วนพืชผลที่ได้รับผลกระทบหนักจะเป็นมันสำปะหลังและข้าวโพด จะถูกสัตว์ป่าลงมาทำลายกัดแทะกินเป็นประจำทุกปีทำให้พื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายไปหลายไร่และเดือดร้อนหลายครอบครัว และปีนี้ก็คาดว่าสัตว์ป่าน่าจะขาดแคลนแหล่งอาหารและน้ำดื่มบนหลังเขา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ผ่านฤดูหนาวจะเข้าสู่ฤดูแล้งแล้วฝูงสัตว์ได้ลงมาจากเขาออกหากินตามพื้นราบตามไร่สวนของชาวบ้านเช่นทุกปี








วรากร I ชัยภูมิ
