หลังจากทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมี จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ นายอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 เพื่อลงพื้นที่ และสอบถามเรื่องราว ทราบว่าเด็กหญิง เอ นามสมมุติ (เด็กหญิงศิรินทรา สีดาหลง) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอภูเขียว ได้ส่งข้อความถึง คุณครูนาราวรัตน์ ศรีพรรุ่งรัตน์ เป็นครูประจำวิชาที่เด็กหญิงเอ ไว้ใจ ว่าเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 64 ถูกพ่อไล่ออกจากบ้านและขู่ฆ่า เด็กหญิงเอจึงได้ออกจากบ้านไปนอนที่กระท่อมปลายนาบ้านหนองแวง เพียงคนเดียวเพราะไม่มีที่จะไปแล้วจึงไปนอนอยู่ที่กระท่อมปลายนา หลังจากที่ครูนาราวรัตน์ ฯทราบเรื่องที่เด็กหญิงเอ เล่าให้ฟังเกรงว่าเด็กจะได้รับอันตรายจึงเดินทางไปรับเด็กหญิงเอ ในช่วงคืนนั้นเลยมาพักอยู่ที่บ้านของตนเป็นการชั่วคราวก่อนเพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือต่อไปหลังจากนั้นในวันรุ่งเช้าของวันที่17 ธันวาคม 64 เวลาประมาณ 08.30 น. ครูจึงได้นำพาเด็กหญิงเอ มาส่งให้แม่ของเด็กที่ปั้มน้ำมัน PT ที่บ้านโอโล อำเภอภูเขียว เพราะแม่ของเด็กหญิง เอ ทำงานอยู่ที่ปั้มน้ำมันแห่งนี้ โดยทราบว่าพ่อและแม่ของเด็กหญิงเอ ได้หย่าร้างกันมาตั้งแต่เด็กหญิงเอ อายุได้เพียง 8 ขวบ และเด็กหญิงเอ อาศัยอยู่กับพ่อ ส่วนแม่ก็มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว อยู่บ้านเลข 287 ม.11 ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ส่วนพ่อวันไหนที่ดื่มเหล้าเมามาก็จะมีการทำร้ายร่างกายของเด็กหญิงเอเป็นประจำแทบทุกครั้ง ตั้งแต่เด็กหญิงเอ 9 ขวบ เป็นต้นมา

ทางด้าน นางสาว ภัทรานิษฐ์ ก่อกุศล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ กล่าวหลังได้ลงพื้นที่ สอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยเด็กหญิงเอ๋ แจ้งว่าถูกพ่อทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่ อายุ 9ขวบ ตั้งแต่พ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงเอ ต้องการอยากจะอยู่กับแม่มากกว่าแต่โดนพ่อไปตามและขู่ฆ่าแม่และตนมาโดยตลอด หลังจากที่ตนมาอยู่กับพ่อก็ถูกพ่อทำร้ายมาโดยตลอด ที่หนักสุดคือตอนตนอายุ 12 ปี อยู่ ป.6 ถึงขั้นตนต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล ปัจจุบันนี้ก็ยังถูกทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด ตนอยากไปอยู่กับแม่ ก็ไปไม่ได้ ตนอยากไปอยู่ที่อื่นที่พ่อไม่สามารถตามหาได้ แต่ถ้าเวลาพ่อถูกจับไปดำเนินคดีออกมาก็จะกลับมาทำร้ายหรือฆ่าตนและแม่อีก ทางนางสาวภัทรานิษฐ์ ก่อกุศล จึงได้ให้แนวทางเด็กหญิง เอ และแม่ ไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป โดยทางหน่วยงานของเรามีการภารกิจในเรื่องของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง หากประเมินแล้วเด็กหญิงเอไม่สามารถอยู่กลับครอบครัวได้ก็จะมีแผนส่งต่อไปยังสถานสงเคราะห์ซึ่งเป็นหน่วยงานโครงการเด็กและเยาวชนกระทรวงการพัฒนาและสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะอยู่แลเด็กจนกว่าจะเรียนจบและหางานทำหลังจากนั้นก็สามารถที่จะกลับมาดูแลครอบครัวได้และเด็กหญิงเอก็ต้องการแบบนี้วันนี้ทางจนท.บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิได้นำตัวเด็กหญิงเอเดินทางไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิเพื่อดำเนินต่อไป
ด้าน นาย นิวัฒน์ สุพจิตร นายอำเภอภูเขียว พ.ต.อ.สราวุฒิ พสิษฐ์ธุวานนท์ ผกก.สภ.ภูเขียว สั่งการให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ เหระวัน สว.สส.สภ.ภูเขียว ร.ต.อ.รังสรรค์ เอี่ยมไธสง ร้อยเวร สวบสวน จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอภูเขียวพร้อมชุดสืบ สภ.ภูเขียว รุดไปที่บ้านเลขที่ 74/1 ม.2 บ้านโนนตุ่น ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้เชิญตัวนายสามารถ ศรีดาหลง อายุ 35 ปี มาที่ สภ.ภูเขียว พร้อมด้วยตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามินผสมในปัสสาวะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามิน โดยผิดกฎหมาย และได้นำตัวส่งศาล พิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท รับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1เดือนปรับ2,000บาทรอลงอาญา2ปี





