หลังจบเทศกาลรื่นเริงสงกรานต์ ปีใหม่ไทย  ประชาชนทยอยกลับเข้าทำงานตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา  ทำให้เมืองชัยภูมิเริ่มคึกคักและคลาคร่ำไปด้วยรถยนต์และผู้คนที่ส่วนหนึ่งกลับเข้ามาทำงาน อีกส่วนกลับมาจากการไปเยี่ยมบ้าน และท่องเที่ยว หลังต้องอยู่ในกฎเหล็กของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อทั้งระดับชาติ และจังหวัดมานานกว่า 3 ปี หลายหน่วยงานจึงคาดหมายตรงกันว่าหลังสงกรานต์ โควิดจะกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง

นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ และโฆษก ศบค.ชัยภูมิ  ให้สัมภาษณ์ว่า  ได้วางมาตรการเป็นแนวปฏิบัติไว้ 5 ประการคือ 1). เตรียมระบบการรักษาพยาบาล  เวชภัณฑ์ สถานพยาบาลทุกพื้นที่ให้เพียงพอ   2). การควบคุมสอบสวนโรคให้รวดเร็ว ทุกพื้นที่ 3). การบริหารวัคซีนเข็ม 1-2 และ3 ให้เพียงพอ  ตั้งเป้าเดือน พฤษภาคม 2565 ต้องให้ได้ 45 เปอร์เซ็นต์ และเดือน มิถุนายน 2565 ต้องได้ 75 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้พร้อมก่อนการประกาศเป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 กรกฏาคม 2565   4). ต้องสื่อสารความเสี่ยงให้พี่น้องประชาชนรับทราบเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางสื่อสาร คือผ่านการแถลงข่าว วิทยุหลัก วิทยุชุมชน  หอกระจายข่าว และสื่อบุคคลที่ใกล้ชิดประชาชน คือกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อ.ส.ม. ประการสุดท้าย 5). พัฒนา โควิต ฟรี เซ็ตติ๊ง ( Covid  free cetting) เพิ่มเติมต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์โควิดของจังหวัดชัยภูมิ  ยังอยู่ในขั้นที่สามารถรับมือได้ด้วยระบบการจัดการที่ดี ทั้งพี่น้องประชาชนเข้าใจให้ความร่วมมือมากขึ้น โดยตัวเลขรายวันผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 144 คน เอทีเค ผลบวก1,319 ราย ยอดรวมการฉีดวัคซีน  เข็ม1 จำนวน 691,721คิดเป็น 72.10  เข็ม 2 จำนวน 619,653 คิดเป็น 64.58 เข็ม 3จำนวน  210,231คิดเป็น 21.91 เข็ม 4จำนวน 13,904คิดเป็น 1.45 เปอร์เซ็นต์   ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีเขียว อาการเล็กน้อย หรือไม่ปรากฏอาการ 86.7เปอร์เซ็นต์

 งามนิตย์ I ชัยภูมิ