นายสุรศักดิ์ อัคคะปะชะ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ 1 นค(สังคม) ร่วมกับ นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอสังคม,ร.ท.วิทยากร ศักดิ์ดาเดช ผบ.ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่  2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ นปพ.ที่ 5(หนองคาย) สปป.ที่2 (ตอ/น)เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.นางิ้ว,เจ้าหน้าที่ตำรวจ.กก.3 บก.ปทส,เจ้าหน้าที่วนอุทยานน้ำตกรารทิพย์ ,สายตรวจปรานปราม .สบอ.10  (อุดรธานี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง เข้าปิดล้อมพื้นที่ป่า สงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าวและป่าแก้งไก่ พื้นที่บ้านวังมน หมู่  5 ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า พบกลุ่มขบวนการมอดไม้ลักลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่ดังกล่าว  สามารถจับกุมมอดไม้ได้  4 คน ทราบชื่อนายชาญณรงค์ สีคำ อายุ 60ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บ้านม่วง.อ.สังคม.จ.หนองคาย,นายประยูร บุญจันทร์ อายุ 36 ปี หมู่ที่ 5 ต.บ้านม่วง. อ.สังคม จ.หนองคาย,นายณรงค์ โนนขวัญ อายุ 37 ปี ชาวบ้านหมู่5 ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย และ นายสนอง พงษ์ศรี อายุ 45  ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ที่กำลังแปรรูปไม้

ยึดของกลางไม้ประดู่ จำนวน 107ท่อน ไม่ประดู่แปรรูป จำนวน 23  เหลี่ยม รวม 130 ท่อน/เหลี่ยม รวมปริมาณทั้งหมด 25.508 ลูกบาศก์เมตร  รถไถ ยี่ห้อ คูโบต้า จำนวน 1 คัน,ถกระบะยี่ห้อมาสด้า จำนวน1คัน,เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง,รถจักรยานยนต์ Honda Wave จำนวน2 คัน นอกจากนี้ยังพบไม้หวงห้ามถูกตัดเหลือแต่ตออีกเพียบ  เป็นการทำลายระบบนิเวศที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าความความเสียหายได้  เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด โดยใช้ดวงตราตีประทับที่หน้าตัดของไม้ทุกแผ่นทุกท่อนเพื่อแสดงการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และช่วยกันลำเลียงไม้ออกจากป่า มาเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ 1 นค(สังคม)

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฐานร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 48  ฐานร่วมกันแปรรูป มีไม้หวงห้ามแปรรูปในครอบครองเกิน  0.20 ล.บ.ม.โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ มาตรา 6 ฐานร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2595.มาตรา 4 ฐานร่วมกันมีเลื่อยโขยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย ทำการขยายผลหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป