พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายสุนทร ทองใส นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4, นายสมคิด บุญเทวี ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4, นายพงศ์กานต์ เอียมสงคราม ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์, นายทวีวัฒน์ รื่นรวย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี พร้อมด้วยคณะ เข้าพบเพื่อสวัสดีปีใหม่และขอพร พร้อมทั้งปรึกษาแนวทางการจัดการศึกษาด้านสายอาชีพให้แก่นักเรียน ณ ห้องประชุมศูนย์สั่งการและควบคุมการปฏิบัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์
นายสุนทร ทองใส กล่าวว่า “การก่อสร้างอาชีพให้แก่นักเรียน-นักศึกษานั้น โดยที่ผ่านมาได้ทำ MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(ดอยสะเก็ด) เชียงใหม่ กับ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4 ซึ่งเป็นการศึกษาทวิภาคี เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสนใจจะเข้าร่วมโครงการโดยเป็นการศึกษาในเรื่องของ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และหุ่นยนต์ (Robot) เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(ดอยสะเก็ด) เชียงใหม่ มีอุปกรณ์การเรียนที่พร้อมสำหรับการปฏิบัติได้จริง และยังเป็นการต่อยอดทางการฝึกปฏิบัติให้นักศึกษา
ส่วนหลักสูตรช่างยนต์ได้มีการปรับหลักสูตร โดยร่วมมือกับบริษัทวิริยะประกันภัย ในการให้นักศึกษาเรียน 1 ปี และฝึกงาน 1 ปี ซึ่งในระหว่างที่ฝึกงานนั้น นักศึกษาจะได้รับเงินเดือน เดือนละ 12,000 บาท และหากเมื่อฝึกงานจบหลักสูตรสนใจเข้าทำงานต่อจะได้รับเงินเดือน 25,000 บาท”
พร้อมกันนี้ นายก อบจ.นครสวรรค์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมามีนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีลดลง 20-30 % เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งพื้นฐานด้านการศึกษาที่ไม่ดี อย่างเด็กนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย(จิรประวัติ)นครสวรรค์ เมื่อจบ ม.3 ที่ไม่ได้ศึกษาต่อระดับ ม.ปลาย เกือบ 40% เพราะต้องออกไปช่วยงานทางบ้าน หรือไปเรียนต่อสายอาชีพ ซึ่งในปีที่ผ่านทาง อบจ.ได้สนับสนุนทุนการศึกษาระดับอนุปริญญาตรี -ปริญญาตรี จำนวน 3,000,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-มัธยมศึกษาตอนปลาย 2,000,000.- บาท ทาง อบจ.จึงเห็นควรให้เด็กที่ศึกษาต่อทางสายอาชีพเข้าเงื่อนไขในการรับทุนด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนต่อตามความสามารถ ตามความถนัดและความสนใจ อันจะเป็นการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้มีงานทำ มีรายได้และมีความรู้ไปสู่สากล เพราะในปัจจุบันปริญญาตรี หลายสาขาจบมาแล้วไม่มีงานรองรับ จึงเห็นว่าเรียนสายอาชีพยังสามารถช่วยครอบครัวได้ และยังแก้ปัญหาเด็กทิ้งถิ่นและผู้สูงอายุอยู่บ้านเพียงลำพัง จึงควรให้เด็กได้ทำงานที่บ้าน เพื่อได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น”

ชาติชาย I นครสวรรค์
