ที่ห้องประชุม จิตตะยโศธร ชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก (เก่า) โรงพยาบาลอุดรธานี ดร.ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี พ.ต.อ.พรพิชิต สุปัญญา ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และนายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี แถลงข่าวรณรงค์งดเล่นประทัด เทศกาล “วันลอยกระทง” โดยมีคณะแพทย์ พยาบาล ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนร่วมรับฟัง
ดร.ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี กล่าวว่า ในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ หรือลอยกระทงที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ทางเทศบาลอุดรธานี ได้ร่วมกับ หน่วยงานหลายภาคส่วน ในการจัดงานอย่างปลอดภัยและเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทศกาลลอยกระทง ปีนี้ตรงกับ วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 โอกาสนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานสืบสานประเพณีลอยกระทง เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี
ภายในงาน มีกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมการประกวดกระทงงานฝีมือประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ กิจกรรมสาธิตการประดิษฐ์กระทงเล็กจากวัสดุธรรมชาติ นิทรรศการประวัติประเพณีลอยกระทง พิธีขอขมาพระแม่คงคา เพื่อความเป็นสิริมงคล การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านวัฒนธรรมไทย และการแสดงบนเวที จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ลานด้านหลัง บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ในด้านของความปลอดภัยจะมีการจัดเจ้าหน้าที่กวดขันตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ดร.ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี ยังกล่าวอีกว่าอยากขอความกรุณาให้ใช้วัสดุการทำกระทงด้วยวัสดุที่ย่อยสลายได้ อย่าไปอุดหนุนแม่ค้าที่เห็นแก่ตัวนำวัสดุที่ไม่ย่อยสลายมาประกอบการทำกระทง โดยเฉพาะ การนำโฟม ลวด ตะปู และเข็มหมุด มาใช้ในการทำกระทง เพราะมันจะทำให้เกิดแหล่งน้ำเสีย และเมื่อมีปลามากัดแทะกระทงกลืนตะปู และเข็มหมุดเข้าไปก็จะทำให้มันตายในเวลาต่อมา
พ.ต.อ.พรพิชิต สุปัญญา ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในการบังคับใช้กฎหมาย “ดอกไม้เพลิง” หมายความรวมตลอดถึง พลุ ประทัดไฟ ประทัดลม และวัตถุอื่นใด อันมีสภาพคล้ายคลึงกัน ห้ามมิให้ผู้ใดทํา สั่ง นําเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ดังนั้น หากไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำออกมาจำหน่าย จะมีความผิด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากนำดอกไม้เพลิงมาเล่นจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท หากนำดอกไม้เพลิงมาโยนใส่กันโดยมีเจตนาให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่ทำให้เขาได้รับอันตรายสาหัส เป็นความผิดตามมาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หากนำดอกไม้เพลิงมาโยนเล่นแต่ไปถูกผู้อื่นโดยไม่มีเจตนา ถ้าเขาได้รับบาดเจ็บ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่ทำให้เขาได้รับอันตรายสาหัส เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากนำดอกไม้เพลิงมาเล่นเป็นการทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 370 ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี กล่าวว่า เทศกาลลอยกระทงในทุกๆปี จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะการบาดเจ็บจากการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ ประทัดลูกบอล ที่ทำเด็กพิการถาวร อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญที่ควรเฝ้าระวังในเทศกาลลอยกระทงคือ การจมน้ำ และเหตุการณ์ที่มักพบเห็นได้บ่อยคือ การลงไปเก็บเงินในกระทง
ในขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีการดื่มสุราร่วมด้วย โดยสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บ จากประทัดปีที่ผ่านมา มีจำนวน 17 ราย กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 11-15 ปี อวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ มากที่สุด คือ มือและนิ้ว ชนิดของประทัดที่ทำให้บาดเจ็บเป็นแบบลูกบอล 13 ราย ประทัดดัดแปลง 4 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นลูกบอลที่นำมาแกะแล้วประกอบใหม่ใส่ในท่อ PVC ทำให้เกิดอันตรายรุนแรง อุบัติการณ์ของการบาดเจ็บทางตา ช่วงวันลอยกระทง ประมาณ 8 – 25% นอกจากนี้ยังพบ ผู้บาดเจ็บจากเหตุชุลมุนช่วงเทศกาลต่างๆ สูงถึง 6 ครั้ง
โรงพยาบาลอุดรธานี มีศักยภาพด้านการรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มีความพร้อมด้านเครื่องมือ ห้องผ่าตัด ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ จำนวน 14 คน จักษุแพทย์ จำนวน 11 คน และ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน จำนวน 10 คน มีสถานีตำรวจชุมชนประจำโรงพยาบาลอุดรธานี โดยความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อป้องกันและระงับเหตุชุลมุนได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามก็ขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติพี่น้อง ชุมชน หรือโรงเรียน เฝ้าระวัง เพราะช่วงเทศกาลลอยกระทง ใกล้เข้ามาแล้วมาตรการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการรักษา หากพบเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร 1669 ได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง

