เผยข้อมูลเด็ด! ผู้ป่วยจิตเวชพุ่งหลังเปิดใช้เสรี
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ได้ส่งหนังสือถึง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง จดหมายเปิดผนึกต่อกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดประเภท 5 ฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ระบุว่า นโยบายกัญชามีพลวัตรมากในช่วงหกปีที่ผ่านมา จากนโยบายกัญชาทางการแพทย์ในปี 2562 (สูบและจำหน่ายกัญชาเพื่อสันทนาการไม่ได้ ปลูกกัญชาได้เฉพาะเพื่อการแพทย์และต้องขออนุญาตเท่านั้น) มาสู่นโยบายกัญชาเพื่อสันทนาการปี 2565 ในนามนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ (สูบกัญชาเพื่อสันทนาการได้ ปลูกกัญชาได้เสรี โดยมีการควบคุมการจำหน่ายเล็กน้อย) และ กลับมาสู่นโยบายกัญชาทางการแพทย์อีกครั้ง ในปี 2568 โดยมีการควบคุมให้จำหน่ายได้เฉพาะกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังปล่อยให้สูบกัญชาเพื่อสันทนาการได้โดยไม่ผิดกฎหมายยาเสพติด และ ปลูกกัญชาได้อย่างเสรี เดิมนโยบายกัญชาทางการแพทย์ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติดก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน แต่นโยบายกัญชาเพื่อสันทนาการก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ ทั้งการเจ็บป่วยจากการใช้กัญชาจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การเสพติดกัญชา และการมีอาการวิกลจริตจากการใช้กัญชา
ในเร็วๆ นี้มีเครือข่ายบุคคลยื่นข้อเสนอสามข้อให้กระทรวงสาธารณสุข คือ
1.เปิดโอกาสให้มีผู้ซื้อและใช้กัญชาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ 2.ลดการตรวจวิเคราะห์เพื่อควบคุมมาตรฐานการปลูกกัญชา และ 3.ผ่อนคลายให้ร้านจำหน่ายกัญชาไม่ต้องเป็นสถานพยาบาล
เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด มีความคิดเห็นว่าข้อเสนอเหล่านี้จะก่อให้เกิดปัญหาสามประการสืบเนื่องจากข้อเสนอแต่ละข้อดังนี้ 1.ผู้ประสงค์เสพกัญชาเพื่อสันทนาการ สามารถซื้อกัญชาได้โดยง่าย เพราะไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
2.การลดการควบคุมมาตรฐานการปลูกกัญชา เป็นการคุ้มครองผู้ปลูกกัญชา โดยลดการคุ้มครองผู้บริโภค และ
3.จะเกิดร้านขายกัญชาทั่วไปอย่างกว้างขวางอีกครั้ง โดยไม่อยู่ในระบบกัญชาทางการแพทย์ เพราะร้านจำหน่ายกัญชาไม่ต้องเป็นสถานพยาบาล ข้อเสนอเหล่านี้จะทำให้กัญชาทางการแพทย์กลายเป็นกัญชาเพื่อสันทนาการในรูปแบบแอบแฝงเท่านั้น ผลกระทบด้านลบต่างๆ จะกลับมาอีกครั้ง กระทรวงสาธารณสุขไม่ควรทำตามข้อเสนอเหล่านี้

อีกทั้งแต่เดิมนโยบายกัญชาทางการแพทย์ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นนโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่รัดกุม แต่ด้วยการปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดประเภท 5 ฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นจุดตั้งต้นของปัญหาต่างๆ ที่ตามมามากมาย เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด จึงขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข เสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ยกเลิกประกาศกระทรวงฉบับดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปเป็นกัญชาทางการแพทย์ที่รัดกุมอีกครั้ง โดยกระทรวงสาธารณสุขสามารถที่จะพัฒนาให้เป็นระบบกัญชาทางการแพทย์ที่ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ปัญหาจากกัญชาเพื่อสันทนาการจะหมดไป ประชาชนจะเห็นผลเชิงประจักษ์และชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลจากการดำเนินนโยบายกัญชาที่ถูกต้องต่อไป

ลงชื่อ เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติดพร้อมแนบรายชื่อเครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด 63 ราย และระบุสะท้อนปัญหาของนโยบายปลดกัญชาเสรี
1.จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการเป็นพิษจากกัญชาเพิ่มขึ้น 6-7 เท่า หลังปลดกัญชาเสรี
2.จำนวนผู้ป่วยเสพติดกัญชา เพิ่มขึ้น 2-5 เท่า หลังปลดกัญชาเสรี
3.จำนวนผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้กัญชา เพิ่มขึ้น 3-5 เท่า หลังปลดกัญชาเสรี
4.จำนวนผู้ป่วยจากการใช้กัญชาในจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า หลังปลดกัญชาเสรี
5.ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ป่วยจากการใช้กัญชา เพิ่มขึ้น 5 เท่า หลังปลดกัญชาเสรี
