กรณีของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” นักมวยไทยชื่อดังระดับโลก ที่ถูกทาง ONE Championship ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมูลค่ามหาศาลกว่า 500 ล้านบาท ใน 3 ประเทศ คือ ไทย, สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยมีประเด็นหลักคือการผิดสัญญาในเรื่อง Matching Period 12 เดือน ที่ระบุห้ามรับงานเอง รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาท
เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยล่าสุด “เจน ปิยะทัต” ผู้ที่ประกาศตัวจะลงสมัครรับตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีนี้ ระบุว่า “รถถัง” คือหนึ่งในนักกีฬาไทยที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก จนถึงขั้นที่ “ลีโอเนล เมสซี่” ซูเปอร์สตาร์นักฟุตบอลระดับโลก ยังส่งเสื้อพร้อมลายเซ็นส่วนตัวระบุถึง “รถถัง” โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งและแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของตัวนักมวยรายนี้
ทางด้าน “เจน” มองว่า การฟ้องร้องในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ “สัญญา” โดยเชื่อว่าทาง ONE Championship ต้องการเพียง “หยุด” การชกของรถถังชั่วคราว ไม่ได้ต้องการ “ห้ามชก” ตลอดชีวิต เพราะการจะสร้างนักกีฬาระดับนี้ขึ้นมาสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้ง “รถถัง” อายุเพียง 28 ปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยทำงานและสามารถชกได้อีกหลายปี เทียบกับรุ่นพี่อย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” ที่อายุเลย 40 ปียังสามารถชกได้อยู่

ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กกท. กล่าวต่อว่า ตนอยากเห็นวงการกีฬาเข้ามาช่วยเหลือ “รถถัง” เพราะเชื่อมั่นว่าปัญหานี้สามารถ “เจรจาตกลงกันได้” แม้มูลค่าความเสียหายจะสูงถึง 500 ล้าน แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ “ละเมิดสัญญา” มากกว่าการกระทำผิดร้ายแรง อาทิ การไปรับงานเอง หรือประเด็นหมิ่นประมาทจากการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

“ผมเชื่อว่า ONE เองก็คงอยากให้รถถังกลับมาชกในรายการของตัวเอง หากเจรจากันได้ อาจจะมีการต่อสัญญากันต่อ เพียงแต่ต้องอาศัยทนายความมืออาชีพที่เชี่ยวภาษาอังกฤษ เพราะหนึ่งในปัญหาคือ รถถังเองก็ยอมรับว่าไม่เข้าใจเนื้อหาสัญญาที่เป็นภาษาอังกฤษอย่างถ่องแท้”

เจน​ ปิยะทัต​ ยังทิ้งท้ายว่า การช่วยเหลือแก้ปัญหาให้นักกีฬาเมื่อเกิดความเดือดร้อน คือหน้าที่หลักที่ตนเองตั้งใจจะทำ หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการ กกท. โดยจะทำหน้าที่ในรูปแบบของ “ผู้ให้บริการ” ไม่ใช่แค่ “ผู้บริหาร” พร้อมยืนยันว่ากรณีของ “รถถัง” เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศควรให้ความสนใจและเป็นกำลังใจให้

เจน ปิยะทัต
17 เมษายน 2569