กำแพงเพชร : เกษตรกว่าพันคน บี้ชลประทานเร่งซ่อมฝายทดน้ำหลังพังเสียหายให้เสร็จภายใน 1 เดือนหลังกระทบภาคเกษตรฤดูเพาะปลูกอย่างหนัก


Key Takeaways / ประเด็นสำคัญ

  • เกษตรกร 3 จังหวัดรวมตัวเรียกร้องซ่อมฝายวังยาง–หนองขวัญที่พังนานกว่า 1 เดือน
  • เสนอ 2 แนวทาง: ผู้รับเหมาซ่อมทันที หรือชลประทานเข้าซ่อมชั่วคราว
  • ชลประทานขอเวลา 7 วันเพื่อตอบแนวทางแก้ไข
  • หากไม่คืบหน้า เกษตรกรเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหว

ที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรใน 3 จังหวัด (กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์) จำนวน 1,000 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ สำนักชลประทานที่ 4 เร่งรัดการซ่อมแซมฝายทดน้ำแม่น้ำปิงวังยาง-หนองขวัญ หลังจากพังเสียหายมานานกว่า 1 เดือน โดยขอให้ซ่อมแซมให้แล้วเสร็จและให้กลับมาใช้ได้ภายใน 1 เดือน เนื่องจากยังอยู่ในระยะเวลาประกันสัญญาของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง โดยขณะนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกของภาคเกษตรกรรม ส่งผลให้เกษตรได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้างกว่า 1 แสนไร่ ,17,000 ครัวเรือน ,เกษตรกร 46,000 ราย ซึ่งในช่วงหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้าจะเป็นระยะฤดูฝนทิ้งช่วง หากฝายดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้ภาคการเกษตรขาดแคลนน้ำอย่างหนัก

สำหรับการมาชุมนุมเรียกร้องของเกษตรกรในครั้งนี้นำโดย ผศ.ดร.พันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สมาคม KCODA ,นายณรงค์ แช่มโสภา ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองหนองขวัญ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ ,น.ส.ผกามาศ เชียงสีทอง ซึ่งได้ขึ้นไปประชุมหารือแนวทางการแก้ป้ญหากับร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย นายบรรจง วงค์มา ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ สำนักชลประทานที่ 4 ได้รับปากว่าจะประสานไปยังหน่วยงานต้นสังกัด (กรมชลประทานที่ 4) ให้เร่งแก้ไขซ่อมแซ่มฝายที่ชำรุดโดยเร็วส่วนจะเป็นแนวทางใดนัันขอเวลาให้คำตอบภายใน 7 วัน (วันที่ 23 มิ.ย.69) โดยมูลค่าการก่อสร้างของฝายทดน้ำดังกล่าวจำนวน 245 ล้านบาท

โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำได้ยื่น 2 ข้อเสนอ ดังนี้ 1.เนื่องจากฝายหนองขวัญยังอยู่ในระยะการประกัน จึงเรียกร้องให้ทางบริษัทผู้รับเหมา รับผิดชอบเร่งดำเนินการซ่อมแชมก่อนหมดสัญญา และขอให้ทางสำนักชลประทานที่ 4 เร่งรัดติดตามให้ผู้รับเหมามารับผิดชอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน 2.หากผู้รับเหมาไม่สามารถมาซ่อมแชมได้ในระยะเวลาตามข้อ 1 ได้ ก็ขอให้ทางสำนักชลประทานที่ 4 จังหวัดกำแพงเพชร ส่งเครื่องจักรและทีมช่างของสำนักงานมาซ่อมแซมและแก้ปัญหาให้น้ำเข้าประตูน้ำเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไปก่อน หากยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาจะมีการยกระดับการชุมนุมให้ใหญ่ขึ้นต่อไป ซึ่งหลังจากที่ได้ข้อตกลงแล้วแกนนำได้มีการมอบหนังสือข้อเรียกร้องให้กับหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ผศ.ดร.พันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สมาคม KCODA (แกนนำ) กล่าว่า “ หลังจากมีการหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีแนวทางทั้งหมด 2 ข้อ แต่จะปฏิบัติได้แบบไหนต้องรอคำตอบภายใน 7 วัน โดยการซ่อมแซมสายรดน้ำดังกล่าวจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เนื่องจากเกษตรกรผู้ใช้น้ำทั้งหมด 3 จังหวัดได้รับผลกระทบหนักอย่างมากเกือบ 1 แสนไร่ ซึ่งที่หนักคือปีนี้ฝนทิ้งช่วง ปริมาณฝนน้อย อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เกษตรกรกำลังเพาะปลูกแต่เกิดภาวะขาดน้ำ โดยส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย

ด้านนายบรรจง วงค์มา ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ กล่าวว่า “ จากการหารือแนวทางแก้ไขร่วมกันกับกลุ่มเกษตนกรผู้ใช้น้ำมีแนวทาง 2 ข้อ ซึ่งจะปฏิบัติแบบไหนนั้น จะต้องให้คำตอบพี่น้องประชาชนภายใน 7 วัน ผู้รับจ้างที่ก่อสร้างจะเข้ามาซ่อมเองเพราะอยู่ในประกันหรือกรมชลประทานจะดำเนินการซ่อมให้ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนและจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็วที่สุด