กำแพงเพชร : ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่ดับ-ลูกสาหัส 2 ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม


Key Takeaways / ประเด็นสำคัญ

  • เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์สามแม่ลูกใน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ส่งผลให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิต และลูกชายวัย 13 ปี กับลูกสาววัย 7 ปีบาดเจ็บสาหัส
  • ครอบครัวผู้เสียชีวิตจัดงานบำเพ็ญกุศล โดยคู่กรณี ร.ต.ต.เกรียงไกร แสงคำ ตำรวจ สภ.คลองลาน เดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงาน พร้อมยืนยันจะดูแลเยียวยาในทุกด้าน
  • ญาติและบุตรสาวผู้เสียชีวิตเผยความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การดำรงชีวิต และสุขภาพของน้องที่ยังอยู่ ICU หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
  • พยานผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่ารถตำรวจชนท้ายจักรยานยนต์ และมีท่าทีมึนเมา พร้อมประกาศจะเป็นพยานเพื่อให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม

ผู้ใช้เฟสบุ้ครายหนึ่งโพสต์ภาพอุบัติเหตุรถยนตนกับรถจักรยานยนต์จนเป็นเหตุให้สามแม่ลูกที่ขับรถจักรยานยนต์มากระเด็นไปคนละทิศละทางผู้เป็นแม่กระเด็กเข้าไปอยู่ในท่อระบายน้ำส่วนลูกชายวัย 13 ขวบและ จขวบกระเด็นไปไกลอยู่กลางถนน อาการสาหัสทั้งสามคน แต่ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยคู่กรณีนั้นทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าของเฟสบุ้คซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์หวั่นว่าครอบครัวผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงออกมาเรียกร้องดังกล่าว

ล่าสุด ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม หมู่ที่ 14 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ครอบครัวได้บำเพ็ญกุศลของนางสาว ปิยวดี จันทร์อิ่ม หรือ หนึ่ง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139/2 หมู่ 13 ต.คลองลาน อ.คลองลานพัฒนา จ.กำแพงเพชร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว โดยมีร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร แสงคำ อายุ 53 ปี จนท ตร สภ คลองลาน คนขับรถกระคู่กรณีเดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินค่าบำเพ็ญกุศลศพและร่วมพูดคุยถึงแนวทางเยียวยาในด้านต่างๆกับครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยมีผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชนร่วมรับฟังอยู่ด้วย ซึ่งการเยียวยาครั้งนี้ฝ่ายขับรถยนต์กล่าวว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือค่าจัดงานศพเท่านั้นไม่เกึ่ยวกับการเยียวยาด้านอื่นๆซึ่งจะขอดูแลเยียวยาในทุกด้าน ห่อนจะมีการมอบเงินหน้าหีบศพกับญาติและผู้นำท้องถิ่น

นางสาวนิชา จันทร์อิ่ม ( แอน ) อายุ 20 ปี และ นางสาวนันชิชา จันทร์อิ่ม ( ออม ) อายุ 16 ปี บุตรสาวคนของผู้เสียชีวิต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวว่า ยังสับสนและกังวลในหลายๆอย่าง ตอนนี้เป็นห่วงน้อง และกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป ว่าจะใช้ชีวิตประจำวันกันอย่างไร โดยเฉพาะแม่ที่เป็นเสาหลักต้องมาจากไป จะไปโรงเรียนกันอบ่างไร เพราะรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่คันเดียวแต่ต้องใช้กันทั้งบ้าน จากนี้จะทำอย่างไร ส่วนความกังวลต่อคู่กรณี ยอมรับมีความกังวลว่าจะไม่เป็นไปตามที่เขาพูดเท่าไหร่กลัวไม่ได้ความเป็นธรรมสักเท่าไหร่ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ตนเป็นห่วงน้อง”ห่วงมากตอนนี้กลัวว่าน้องจะใช้ชีวิตปกติไหม เพราะว่ารู้มาว่าตัวว่าน้องขาหัก ถ้าคนขาหักคงจะใช้ชีวิตไม่ค่อยได้ปกติสักเท่าไหร่ กลัวน้องตื่นมาแบบ ความจำจะเป็นยังไง สมองน้องหนูจะเป็นยังไง ตนกังวลมาก ตอนนี้น้องหนูยังไม่ฟื้นเลย เป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้

นายอานนท์ จันทร์อิ่ม หรือน็อต อายุ 35 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกังวล เรื่องการเยียวยา การเป็นอยู่ ค่าครองชีพของเด็กๆ คือตอนนี้มันสูญเสียจุดยืนของเด็กไป แม่ไม่มี พ่อเขาเค้าก็ไม่ค่อยได้ออกมาดูเท่าไหร่ ส่วนตนกับแม่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วส่งมาให้บ้าง เพราะต้องดูแลยายที่ป่วยเป็นโรคไต ซึ่งตนก็เป็นโรคไตเหมือนกัน ระยะที่สาม ซึ่งตอนนี้ก็ ไม่มีงานทำตอนนี้ แน่นอนเลยคือไม่มีงานทำ”ในช่วงที่รู้ว่า พี่สาวถูกรถชนมีความรู้สึกตกใจมากโดยมีคนเขาส่งรูปมาให้ดูคือรับไม่ได้ คนที่โดนชนหนักขนาดนั้นแล้วกระเด็นห่างออกจากรถขนาดนั้น เข้าไปในท่อ ตนรับไม่ได้ นอกจากนั้นกังวลในเรื่องของหลานถ้าเขาฟื้นขึ้นมาเขาจะเต็มร้อยรึเปล่าสมอง ร่างกาย เขาจะเหมือนเดิมไหม หรือจะอาจจะ มีสติแต่ว่า อาจจะไม่เหมือนเดิมอาจจะเป็นนู่นเป็นนี่ไปคือ มันยากครับ เราไม่รู้ และไม่มั่นใจเลย

ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร แสงคำ ผู้ขับขี่รถยนต์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่า เป็นคนขับรถซึ่งรถ คันที่ชนรถจักรยานยนต์สามแม่ลูกจริงเพราะรถ มันแล่นลงจากเนินตนคุมรถไม่อยู่รถมันไหลแล้วเสียหลักไปชนท้ายเขา”ซึ่งตนก็ไม่ได้หนีไปไหน ตนยอมรับผิดชอบซึ่งตนนั้นก็ได้ไปดูแลผู้บาดเจ็บ ช่วงเกิดเหตุตนก็ลงรถไปดูแลเขา ดูแลผู้ ผู้เสียหาย ตนให้ความช่วยเหลือเขา เพราะว่าเราก็ทราบ รู้ว่าครอบครัวเขาลำบาก ซึ่งตนยืนยันว่าตนไม่ได้ดื่มสุรามาในวันนี้ เบื้องต้นตนได้เดินทางมามาดูแลเรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานก่อน ในส่วนของค่าเยียวยาตน กับทางญาติผู้เสียหายค่อยคุยกันหลังจากงานจบ ส่วนการรับผิดชอบกรณีนี้ตนจะดูแลทุกอย่างตนจะเข้ามาดูแลเรื่องบุตรเขา ส่วนเรื่องรถ ที่เด็กๆจะไปโรงเรียนตนก็จะมาเยียวยาดูแลเขา เพราะตนรู้สึกสงสารลูกหลานของเขาเช่นเดียวกัน และขอตนยืนยันว่าตนไม่ดื่มสุราในระหว่างขับรถ เกิดอุบัติอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน

ด้านนางสาวศิริณา เหมะธุรินทร์ หรือมอส อายุ 34 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ขับรถยนต์ตามมา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานตนกำลังขับสวนรถที่กำลังจะชนกันก็เห็นผู้หญิงเขา แม่สาม แม่ลูกเขาขี่รถมาปกติในช่องเลนขาวแล้วเห็นรถตำรวจคนที่เมาขับตามมาแล้วก็เบี่ยงเข้าไปชนเขาซึ่งตนนั่งในรถหันไปมองว่าน้องเขาลอยกระเด็นไปคว่ำหน้าก็ไกลอยู่ แล้วก็ลงมาดูที่เกิดเหตุก็เห็นร่างแม่เขาอยู่ในร่องระบายน้ำ มุดอยู่ในร่องระบายน้ำ แล้วก็จะมีน้องผู้ชายอยู่กลางถนนคนนึงแล้วก็ไปตกอยู่ตรงเส้นขาวคนนึงซึ่งตอนที่เกิดเหตุก็รถผู้ก่อเหตุขี่เลยไปประมาณซัก 300 เมตรแล้วเขาก็วนมาจอดตรงจุดที่เกิดเหตุ แล้วลงจากรถมาทำท่าโบกตนก็ถามเขาว่าเหตุการณ์เป็นยังไง ซึ่งตนก็ถามเขาบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์ คันที่ตนชนขับขี่ตัดหน้ารถเขาเขาเลยชน ตนเลยแย้งว่าไม่ใช่ รถลุงเองที่ขับชนเขาชนท้ายเสยมาเลย ทนยืนยันว่ารถกระบะขับชนท้ายรถมอเตอร์ไซต์ และตนยังได้กลิ่นเหล้า ซึ่งเขาก็มีท่าทางมึนๆ มึนๆ อึนๆคือเหมือนว่าไม่รู้ ไม่ค่อยรู้อะไรแต่พอตำรวจร้อยเวมาเขาก็บอกกับตำรวจว่ารถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ตนเลยอยากให้ขอความเป็นธรรมให้กับสามคนนี้หน่อยเพราะว่าได้ข่าวว่า ตำรวจคนนี้ก็เคยชนคนอื่นมาครั้งนึงแล้วเหมือนกัน สำหรับอาการของเด็กๆ ที่จุดเกิดเหตุ คนโตอ่ะยังรู้สึก แต่คนเล็กนอนคว่ำหน้าร้องฮือๆ ฮือๆ ก็คือเหมือนว่าน้องสลบไป ตนจึงถามกู้ภัย เขาบอกว่าน้องต้องปั๊มหัวใจตลอดเมื่อวานตนก็ไปดูน้องที่โรงพยาบาลกำแพง น้องเข้า ICU ทั้งคู่ซึ่งก็อาการสาหัสมาก ตนยืนยันว่าจะขอเป็นพยาน ในเรื่องดังกล่าวเพราะอยากให้ครอบครัวเขาได้รับความเป็นธรรมเพราะว่าเขาน่าสงสารมาก


ภาพ / ข่าว :
นันทวัฒน์ จังหวัดกำแพงเพชร