กำแพงเพชร : รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ กำชับขยายผลแก๊งอุ้มสาวจีน พบภาพเหยื่อถูกมัดหลายราย ส่อโยงเครือข่ายค้ามนุษย์
ที่ห้องประชุมกลีบจำปา สถานีตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และ พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร ,พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญยะพาส, พ.ต.อ.ชนะชัย เสรีพงศ์ ,พ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย รอง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีแก๊งอุ้มสาวชาวจีน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร สามารถสกัดจับรถต้องสงสัยและช่วยเหลือหญิงสาวชาวจีนวัย 29 ปี ซึ่งถูกกลุ่มผู้ต้องหาควบคุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัย
ก่อนเริ่มการประชุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวหญิงสาวชาวจีนผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีล่ามภาษาจีนร่วมแปลและอำนวยความสะดวกในการสื่อสาร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ พล.ต.อ.ธัชชัย จะเข้าห้องประชุมติดตามรายละเอียดของคดีอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ผู้เสียหายเดินทางเข้าประเทศไทย การถูกหลอกลวง การถูกนำตัวออกจากที่พัก ตลอดจนเส้นทางที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ในการพาตัวผู้เสียหายมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชายแดน ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ในวันนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ก่อนเดินทางมายังประเทศไทย หญิงสาวชาวจีนดังกล่าวได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ และระหว่างนั้นได้พบเพื่อนหญิงชาวจีนซึ่งชักชวนให้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย โดยอ้างว่าอาจมีช่องทางในการทำมาค้าขายหรือหารายได้ในประเทศไทย พร้อมเสนอว่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักให้ รวมถึงแจ้งว่าจะมีผู้มารับจากสนามบินเพื่อพาไปดูงาน
เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ผู้เสียหายแจ้งว่ามีครอบครัวซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก นำมารับจากสนามบินและพาไปยังที่พัก โดยแรกๆ เริ่มที่จะมีการพาออกนอกเส้นทาง เมื่อถูกหญิงสาวทักท้วงทั้งหมดจึงได้นำมาส่งยังที่พักย่านสมุทรปราการ
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุคือนายกิตติพร อายุ 24 ปี ทำหน้าที่เป็นคนขับรถมารับผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายยังคงเชื่อว่าเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเพื่อนชาวจีนให้พาไปดูงาน จึงยอมขึ้นรถเดินทางไปด้วย แต่หลังจากออกจากที่พักได้ไม่นาน นายกิตติพรได้แวะรับชายอีก 3 คน รวมเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ภายในรถ โดยหนึ่งคนนั่งด้านหน้า ขณะที่อีกสองคนนั่งประกบผู้เสียหาย ซึ่งนั่งอยู่บริเวณเบาะหลัง เมื่อรถเดินทางต่อไป ผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกและอาจกำลังถูกนำตัวไปโดยไม่สมัครใจ จึงพยายามขัดขืน แต่ถูกกลุ่มชายดังกล่าวควบคุมตัวและมัดมือ ก่อนถูกชายสองคนนั่งประกบอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง
จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาใช้เส้นทางจากกรุงเทพมหานครมาตามถนนสายเอเชีย ก่อนเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ถนนสายรองบริเวณพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร และมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองกำแพงเพชร โดยมีเป้าหมายจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดน ระหว่างที่รถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจของ สภ.เมืองกำแพงเพชร ซึ่งกำลังจะตั้งจุดตรวจสังเกตเห็นความผิดปกติภายในรถ จึงเรียกตรวจสอบและค้นรถ ก่อนพบหญิงสาวชาวจีนอยู่ภายในรถในลักษณะต้องสงสัยส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือ แต่รถคันดังกล่าวได้ขับฝ่าด่านหลบหนี ชุดจับกุมจึงออกติดตามและสามารถสกัดจับกลุ่มผู้ต้องหา ช่วยเหลือผู้เสียหายออกมาได้ในที่สุด
แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่จากการตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของหนึ่งในผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบภาพชาวจีนหลายรายที่มีลักษณะถูกมัดมือและถูกควบคุมตัวในลักษณะใกล้เคียงกับคดีนี้ โดยมีข้อมูลบางส่วนเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานสำคัญ เพื่อเร่งตรวจสอบว่าภาพและข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวข้องกับขบวนการเดียวกันหรือไม่ และมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนเท่าใด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้อง อาทิ การทำร้ายร่างกาย ปล้นทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว และความผิดเกี่ยวกับการขับขี่ขณะมีสารเสพติดในร่างกาย โดยจะพิจารณาข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมตามพยานหลักฐาน
พล.ต.อ.ธัชชัย กำชับพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนให้เร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจัดหาผู้เสียหาย การจัดรถรับส่ง การควบคุมตัว และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางนำพาผู้เสียหายไปยังพื้นที่ชายแดน พร้อมระบุว่า ยังไม่ตัดประเด็นความผิดฐานค้ามนุษย์ หากผลการสืบสวนพบพฤติการณ์และพยานหลักฐานเข้าข่ายก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
รอง ผบ.ตร. ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร ข้อมูลโทรศัพท์ และความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อสาวไปถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากลักษณะคดีมีความซับซ้อนและอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวกลางในการอำนวยความสะดวกหรือดำเนินการบางส่วน
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยกำชับให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และตรวจสอบได้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในขั้นตอนใด จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่เพียงเป็นคดีอาชญากรรมทั่วไป แต่ยังอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 6 จึงอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกด้าน ทั้งคำให้การของผู้เสียหาย ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ภาพถ่าย เส้นทางการเดินทาง และข้อมูลการติดต่อระหว่างบุคคล เพื่อขยายผลว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติการระดับหนึ่งของเครือข่าย หรือมีผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายชาวจีนรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่ ก่อนดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป

