ที่ศาลาการเปรียญวัดไผ่ขอน้ำ ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นาย รณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ประธานมูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ  ทิวะพันธุ์  และ คุณ ประนอม ทิวะพันธ์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดพิษณุโลก ผู้ร่วมดำเนินการโครงการ และพุทธศาสนิกชนชาวบ้านไผ่ขอน้ำ ได้ทำพิธีถวายไฟล์คัมภีร์ใบลานดิจิทัล และผ้าห่อคัมภีร์ ใหม่ด้วยผ้าในสมัยปัจจุบัน พร้อมผูกเชือก จำนวน 16 มัด 47 คัมภีร์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ในห้วงวันที่ 21 – 29 เมษายน 2565 ถวายแด่พระครูพิพิธพัฒนากร เจ้าอาวาสวัดไผ่ขอน้ำตามโครงการ “ พระไตรปิฏกวิชาการ “ ซึ่งมูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดพิษณุโลกได้ริเริ่มขึ้น โดยร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม เป็นผู้ดำเนินการค้นหาคัมภีร์พระไตรปิฏก ตามวัดเก่าในจังหวัดพิษณุโลกได้พบแล้วเบื้องต้นจำนวน 2 วัด คือที่วัดราชบูรณะ และที่วัดไผ่ขอน้ำแห่งนี้

ผศ.ดร.สุพัตรา เจริญภักดีบดีรัฐ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม กล่าวว่า เป็นโครงการอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณ ที่มีทั้งใบลาน และสมุดข่อย มีการศึกษาโดยนิมนต์พระผู้รู้ด้านภาษาบาลีมาอ่าน และจัดเป็นหมวดหมู่ พร้อมเปลี่ยนผ้าห่อคัมภีร์ที่ชำรุดใหม่ด้วยผ้าอย่างดีในยุคสมัยนี้ให้สมามารถเก็บรักษาอนุรักษ์ไว้ได้อย่างยาวนาน เป็นมรดกทางพระพุทธศาสนาไว้ให้นานที่สุด และจะได้ขยายโครงการนี้ไปยังวัดต่าง ๆ ที่มีคัมภีร์พระไตรปิฏกเก็บรักษาไว้ ซึ่งอาจจะมีที่เก่าแก่กว่าที่วัดแห่งนี้อีกก็เป็นได้ ก็จะพยายามค่อย ๆ ทำและดำเนินการไปเรื่อย ๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาในพระพุทธศาสนา และเผยแพร่สู่วงการวิชาการโลกต่อไป

พระลิขสิทธิ์ วิสุทฺธสีโล กองพระไตรปิฎกวิชาการ ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เมตตาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาทราบว่า ข้อความใบลานที่มีอยู่ที่นี่เป็นคัมภีร์พระไตรปิฏกเก่าแก่ มีคุณค่ามาก ซึ่งมีการจารอักษรเป็นภาษาบาลีลงบนใบลาน สัณนิษฐานว่ามีทั้งที่พระจารเอง ชาวบ้าน หรือผู้เคยศึกษา ผู้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ได้จารไว้บนใบลานเก่า แล้วนำมาถวายวัดไผ่ขอน้ำไว้ ที่นับวันจะหายาก แต่ที่วัดนี้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยได้มีการขออนุญาตถ่ายภาพ เก็บเป็นไฟล์ใส่ลงในแฟลชไดร์ฟ และใสฮาร์ดดิส ส่วนใบลานที่ดำเนินการแล้วก็มีการแยกหมวดหมู่ เช่น ด้านพระศาสนา พระธรรมวินัย ยารักษาโรค และเบ็ดเตล็ด และจากการศึกษาดูผ้าห่อเก่าทั้งใบลานและผ้าห่อที่ทำจากผ้าฝ้ายช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงธนบุรี บางผืนเป็นผ้าที่ทอด้วยผ้าไหมผสมผสานกับศิลปะจีนในสมัย รัชกาลที่ 3 ซึ่งบางผืนยังคงสภาพดี บางผืนก็ผุกร่อนไปตามกลาเวลา โดยจะได้เก็บรายละเอียดลายผ้า เพื่อนำมาประยุกต์ให้เป็นผ้าใหม่แต่ลวดลายเก่าต่อไป ส่วนใบลานที่มีการจารก็แบ่งเป็นใบลานเก่าและใหม่ มีการจัดหมวดหมู่แล้วทางมูลนิธิ พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ และสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดหาผ้าที่สวยงามที่มีอยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน มาทำการห่อ ผูกเชือกตามแบบเดิมเก็บรักษาไว้ที่หอพระไตรปิฏกของทางวัดเพื่อให้สามารถอยู่ต่อไปให้คนรุ่นหลังได้เห็นได้นานที่สุด

อย่างไรก็ตามคัมภีร์พระไตรปิฏกในลานเก่าแก่นี้ หากนับเป็นมูลค่าแล้วนับได้ว่าเป็นสิ่งหายากมีมูลค่ามากมายจนไม่สามารถประเมินเป็นราคาได้ ทางวัดจึงได้จัดเก็บไว้เป็นอย่างดี และคิดว่าอนาคตจะสร้างเป็นหอพระไตรใหม่ขึ้นมาในอนาคต